การนอนกรนเป็นปัญหาที่หลายคนอาจมองข้าม คิดว่าเป็นเพียงเสียงรบกวน แต่ความจริงแล้วการกรนสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับสุขภาพ โดยเฉพาะภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือ OSA ที่ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน ส่งผลต่อสมอง หัวใจ และคุณภาพชีวิตโดยรวม หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง หรือภาวะเหนื่อยล้าสะสมที่ทำให้ประสิทธิภาพการใช้ชีวิตประจำวันลดลง
หนึ่งในแนวทางการดูแลที่ได้รับความสนใจมากขึ้น คือ การบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและช่องปาก หรือ Myofunctional Therapy ซึ่งเป็นการฝึกกล้ามเนื้อบริเวณลิ้น เพดานปาก และทางเดินหายใจให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการอุดกั้นของทางเดินหายใจระหว่างนอนหลับ จึงสามารถช่วยลดอาการนอนกรน ฟื้นฟูคุณภาพการนอน และทำให้ตื่นเช้ามาสดชื่นขึ้น
การนอนกรนเกิดจากอะไร?
สาเหตุหลักของการนอนกรน มักเกี่ยวข้องกับการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนต้น เช่น กล้ามเนื้อช่องปากและลำคอหย่อนคลายเกินไปในขณะนอนหลับ โครงสร้างขากรรไกรและเพดานปาก เช่น เพดานโค้งสูง ช่องจมูกแคบ น้ำหนักเกิน ทำให้ไขมันรอบคอตีบแคบทางเดินหายใจ ต่อมทอนซิลหรืออะดีนอยด์โต ภูมิแพ้เรื้อรัง ทำให้เยื่อบุจมูกบวมและอุดตัน เมื่อทางเดินหายใจแคบ อากาศจะไหลผ่านได้ลำบาก เกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อจนเกิดเสียงกรน และหากอุดกั้นรุนแรงก็จะทำให้หยุดหายใจเป็นช่วงๆ
Myofunctional Therapy กับการรักษา นอนกรน
การบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจ (Myofunctional Therapy) เป็นการฝึกและบริหารกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ การกลืน และการพูด จุดประสงค์เพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใบหน้า ลิ้น และคอ ป้องกันไม่ให้หย่อนตัวลงมาปิดกั้นทางเดินหายใจขณะนอนหลับ เทคนิคการฝึกจะครอบคลุมทั้งการวางตำแหน่งลิ้นที่ถูกต้อง การออกเสียง และการใช้กล้ามเนื้อแก้มและเพดานปาก เพื่อให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้นและคงความแข็งแรงในการต้านทานการอุดกั้น
การทำ Myofunctional Therapy ต่อเนื่องเป็นเวลา 3–6 เดือน สามารถลดความรุนแรงของเสียงกรนได้เฉลี่ย 51% และลดระยะเวลาที่ใช้ไปกับการกรนลงถึง 31% รวมถึงความถี่ของการหยุดหายใจ (AHI) ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้คุณภาพการนอนโดยรวมดีขึ้น
ในเด็กที่มีปัญหานอนกรนจากโครงสร้างช่องปาก การกลืนผิดปกติ หรือพฤติกรรมหายใจทางปาก การทำ Myofunctional Therapy ควบคู่ไปกับการจัดฟันหรือการรักษาทางการแพทย์อื่น ๆ ช่วยฝึกการหายใจทางจมูก ลดการอ้าปากนอน เด็กที่ได้รับการบำบัดร่วมกับการรักษาอื่นมีค่า AHI ลดลงเฉลี่ยกว่า 62% และลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำหลังการผ่าตัดต่อมทอนซิล
ข้อดีของ Myofunctional Therapy
- ไม่ต้องผ่าตัด ปลอดภัย เหมาะกับทั้งเด็กและผู้ใหญ่
- เป็นการแก้ที่ต้นเหตุของปัญหากล้ามเนื้อและโครงสร้าง
- สามารถทำร่วมกับการรักษาอื่น เช่น เครื่องมือช่วยหายใจ (CPAP) หรือการจัดฟัน
- ช่วยปรับพฤติกรรมการหายใจให้ถูกต้อง (หายใจทางจมูกแทนการอ้าปาก)
- ฟื้นฟูคุณภาพการนอน ทำให้ตื่นเช้ามาสดชื่น สมองโล่ง
อ่านเพิ่มเติม นอนกรนรักษาด้วยการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและกล้ามเนื้อทางเดินหายใจ Myofunctional Therapy
Myofunctional Therapy เหมาะกับใคร ?
การบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและช่องปาก (Myofunctional Therapy) ไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่จะช่วยได้ดีในกลุ่มที่มีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างและการทำงานของกล้ามเนื้อ ดังนี้
คนที่นอนกรน หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับเล็กน้อยถึงปานกลาง เพราะการฝึกกล้ามเนื้อช่วยให้ลิ้นและเพดานอ่อนไม่หย่อนลงมาขวางทางเดินหายใจ
ผู้ที่มีลิ้นตกหรือกล้ามเนื้อช่องปากอ่อนแรง ซึ่งทำให้หายใจลำบากหรือนอนหลับไม่สนิท
เด็กที่มีพฤติกรรมหายใจทางปาก เช่น อ้าปากหายใจบ่อย ส่งผลต่อโครงหน้าหรือการเจริญเติบโต
ผู้ใหญ่ที่ไม่อยากพึ่งการผ่าตัดหรือเครื่อง CPAP เพียงอย่างเดียว สามารถใช้การบำบัดเป็นทางเลือกเสริมเพื่อลดอาการ
ผู้ที่จัดฟันหรือมีปัญหาการสบฟันผิดปกติ เพราะการฝึกกล้ามเนื้อช่วยปรับท่าลิ้น การกลืน และการหายใจให้ถูกต้อง

VitalSleep Clinic กับทางเลือกในการนอนหลับที่ดีขึ้น
ที่ VitalSleep Clinic เราเชื่อว่าการนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นรากฐานของสุขภาพที่ดี การทำ Myofunctional Therapy เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยการฝึกกล้ามเนื้อใบหน้า ลิ้น และเพดานปากให้แข็งแรงและทำงานประสานกันอย่างเหมาะสม ช่วยเปิดทางเดินหายใจ ลดอาการกรน และลดความเสี่ยงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การฝึกกล้ามเนื้อและปรับพฤติกรรมการหายใจนี้ ส่งเสริมการนอนหลับลึก (Deep Sleep) ซึ่งสำคัญต่อการฟื้นฟูร่างกายและสมอง ช่วยให้ Growth Hormone หลั่งเต็มที่ เพิ่มพลังงาน สมาธิ และความสมดุลทางอารมณ์ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
สรุป
การนอนกรนไม่ใช่เพียงเสียงรบกวน แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาสุขภาพที่อาจส่งผลต่อสมอง หัวใจ และคุณภาพชีวิตโดยรวม การบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจ (Myofunctional Therapy) เป็นวิธีธรรมชาติที่ปลอดภัย ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ลิ้น และเพดานปาก ลดอาการกรน และป้องกันภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
การทำ Myofunctional Therapy อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้การนอนหลับลึกและมีคุณภาพมากขึ้น ทำให้ตื่นเช้ามาพร้อมความสดชื่น มีพลังสำหรับกิจกรรมในแต่ละวัน หากคุณหรือคนใกล้ชิดประสบปัญหาการนอนกรน ควรเริ่มต้นด้วยการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และพิจารณาการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าเพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้น สุขภาพที่ยืนยาว และคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งกว่า
Faqs คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ รักษา นอนกรน ด้วยการบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้า
1. Myofunctional Therapy คืออะไร?
A: คือการบำบัดที่ใช้การออกกำลังกายกล้ามเนื้อใบหน้า ลิ้น และทางเดินหายใจ เพื่อช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น ลดการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
2. ต้องทำ Myofunctional Therapy นานแค่ไหนถึงเห็นผล?
A: โดยทั่วไปใช้เวลา 2–3 เดือนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอในการทำและสภาพร่างกายของแต่ละคน
3. Myofunctional Therapy ต่างจากการผ่าตัดรักษานอนกรนอย่างไร?
A: การบำบัดเป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บ และไม่มีช่วงพักฟื้น ช่วยแก้ปัญหาจากพฤติกรรมและโครงสร้างกล้ามเนื้อที่ผิดปกติ
4. ถ้าเริ่มบำบัด Myofunctional Therapy แล้ว อาการนอนกรนหายขาดได้หรือไม่?
A: ในบางรายอาการสามารถลดลงจนแทบไม่กรนเลย แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสาเหตุ เช่น น้ำหนักตัว โครงสร้างทางเดินหายใจ และความต่อเนื่องในการบำบัด
