โรคใหลตาย…อาจเริ่มจากแค่เสียงกรน

โรคใหลตาย หรือ Sleep Apnea เป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว จุดเริ่มต้นมักมาจาก “เสียงกรน” ซึ่งหลายคนคิดว่าเป็นเพียงความผิดปกติเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วกรนอาจสะท้อนถึงการตีบแคบของทางเดินหายใจ และนำไปสู่การหยุดหายใจชั่วคราวในเวลากลางคืน

โรคใหลตายคืออะไร?

โรคใหลตาย (Sleep Apnea) เป็นภาวะที่การหายใจหยุดชะงักหรือตื้นลงซ้ำ ๆ ขณะนอนหลับ การหยุดหายใจนี้อาจเกิดขึ้นหลายสิบครั้งหรือแม้กระทั่งหลายร้อยครั้งต่อคืน โดยแต่ละครั้งอาจใช้เวลาตั้งแต่ 10 วินาทีไปจนถึงหลายนาที ภาวะนี้ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง ส่งผลให้สมองและอวัยวะสำคัญอื่นๆ ไม่ได้รับออกซิเจนเพียงพอ ร่างกายจึงต้องตื่นขึ้นมาเพื่อเริ่มหายใจใหม่ ทำให้รูปแบบการนอนหลับถูกรบกวนอย่างต่อเนื่อง

อาการของโรคใหลตาย(Sleep Apnea)

โรคใหลตาย (Sleep Apnea) มักเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือนชัดเจน แต่จริง ๆ แล้วร่างกายมักส่งสัญญาณบางอย่างก่อน เช่น กรนเสียงดังที่ไม่สม่ำเสมอ หรือหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ บางครั้งอาจมีอาการหายใจแรงหรือตื่นสะดุ้งกลางดึก รวมถึงเหงื่อออกมากผิดปกติและปวดศีรษะตอนเช้า

ในตอนกลางวัน ผู้ป่วยอาจรู้สึกง่วงนอนมากผิดปกติ เหนื่อยล้า สมาธิลดลง ความจำแย่ลง และมีอารมณ์แปรปรวนหงุดหงิดง่าย อาการเหล่านี้บ่งบอกว่าร่างกายไม่ได้พักผ่อนเต็มที่ หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและป้องกันโรคใหลตาย

โรคใหลตาย

ใครที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคใหลตาย (Sleep Apnea) ?

แม้โรคใหลตาย (Sleep Apnea) จะเกิดแบบเฉียบพลัน แต่หลายคนมีปัจจัยเสี่ยงที่สะสมโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกลุ่มที่มีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจระหว่างหลับ

1. คนที่กรนเสียงดัง หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)

เสียงกรนที่ดังผิดปกติ หรือมีช่วงเงียบ สลับกับเสียงกรน อาจเป็นสัญญาณของการหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงใหลตายได้สูง

2. ผู้ชายวัยทำงาน (อายุ 25–45 ปี)

กลุ่มผู้เสียชีวิตด้วยโรคใหลตาย (Sleep Apnea) ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายวัยหนุ่ม แม้ดูสุขภาพแข็งแรง

สถิติในไทยพบว่า มากกว่า 90% ของคนที่เสียชีวิตกะทันหันขณะหลับ เป็นเพศชาย

3. คนที่มีน้ำหนักเกิน หรือไขมันสะสมรอบคอ

ไขมันบริเวณลำคอสามารถกดทับทางเดินหายใจขณะหลับ ทำให้หายใจติดขัด โดยเฉพาะคนที่มี รอบคอเกิน 40 ซม. หรือ BMI > 3030

4. คนที่ดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้ยานอนหลับเป็นประจำ

แอลกอฮอล์และยาคลายกล้ามเนื้อทำให้กล้ามเนื้อคอหย่อนมากขึ้น เสี่ยงทางเดินหายใจยุบตัว และอาจทำให้ขาดอากาศเฉียบพลันขณะหลับ

5. คนที่มีโรคหัวใจ หรือระบบทางเดินหายใจ

คนที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหอบหืดเรื้อรัง หากนอนกรนหรือมี หยุดหายใจขณะหลับ (OSA ร่วมด้วย จะยิ่งเสี่ยงใใหลตายมากขึ้น

ภาวะแทรกซ้อนของโรคใหลตาย (Sleep Apnea)

โรคใหลตาย (Sleep Apnea) ที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงหลายอย่างที่ส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกายได้  :

ระบบหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูงโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจเต้นผิดจังหวะเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

ระบบเมแทบอลิซึม เบาหวานชนิดที่ 2 ภาวะดื้อต่ออินซูลินน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน

ระบบประสาทและจิตใจ ความจำแย่ลง สมาธิสั้น ภาวะซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวนเสี่ยงอุบัติเหตุจากการง่วงนอนกลางวัน เช่น ขับรถหลับใน

ดูแลตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลโรคใหลตาย (Sleep Apnea)

โรคใหลตายมักเกิดจากปัจจัยเสี่ยงที่เราสามารถป้องกันได้ หากเริ่มดูแลสุขภาพและพฤติกรรมการนอนอย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็สามารถลดความเสี่ยงได้อย่างมาก

ตรวจและรักษาภาวะนอนกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับ 
หากมีอาการกรนเสียงดัง สะดุ้งตื่นบ่อย หรือหายใจเงียบไปเป็นช่วง ๆ ควรเข้ารับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อหาสาเหตุและวางแผนรักษาอย่างเหมาะสม

รักษาคนนอนกรนก่อนสาย ป้องกันใหลตาย ด้วยการวินิจฉัยและรักษาที่ตรงจุด

ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
น้ำหนักเกินทำให้ไขมันสะสมรอบคอและทางเดินหายใจมากขึ้น เสี่ยงต่อการอุดกั้นทางเดินหายใจ การลดน้ำหนักแม้เพียง 5–10% ก็ช่วยบรรเทาอาการได้

ปรับพฤติกรรมการนอน
นอนตะแคงเพื่อลดการอุดกั้นของทางเดินหายใจ หลีกเลี่ยงการใช้หมอนแบนเกินไปข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลา

งดแอลกอฮอล์และยานอนหลับก่อนนอน
สิ่งเหล่านี้ทำให้กล้ามเนื้อคอหย่อนตัวมากขึ้น เพิ่มโอกาสเกิดการอุดกั้น

ดูแลสุขภาพหัวใจและความดันโลหิต
ตรวจสุขภาพเป็นประจำ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

จัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะกับการนอน
ห้องนอนควรเงียบ มืด อุณหภูมิพอเหมาะ เพื่อช่วยให้หลับลึกและมีคุณภาพ การใส่ใจสุขภาพการนอนและจัดการปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่วันนี้ ไม่เพียงช่วยให้คุณนอนหลับสบายขึ้น แต่ยังอาจช่วยป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นในยามหลับได้

VitalSleep Clinic บริการวินิจฉัยและดูแลโรคนอนหลับแบบองค์รวม

VitalSleep Clinic เรามีให้บริการตรวจวิเคราะห์การนอนแบบครบวงจร โดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับและอุปกรณ์ช่วยหายใจที่ได้มาตรฐาน เพื่อช่วยคุณนอนหลับอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ

คำถามที่พบบ่อย (Faqs)

สรุป

การกรนไม่ใช่เพียงอาการเล็กน้อยที่ควรมองข้าม หากเป็นสัญญาณของโรคใหลตาย (Sleep Apnea) การไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม อาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงในระยะยาว การตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้องและการจัดการรักษาที่เหมาะสมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากท่านหรือผู้ใกล้ชิดมีอาการที่น่าสงสัย ขอแนะนำให้ปรึกษา VitalSleep Clinic ซึ่งมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับพร้อมให้คำแนะนำและดูแลอย่างครบวงจร เพื่อรับการประเมินและการรักษาที่เหมาะสม การดูแลสุขภาพการนอนหลับอย่างถูกวิธีจะช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงในอนาคต

Scroll to Top